|
สำหรับผู้ที่อยู่ไม่ค่อยสุขกับที่ คงไม่ต้องใช้เหตุผลมากมายนักในการออกตะลอนไปที่ใดที่หนึ่ง
เชื่อว่าเหตุผลสำคัญพื้นฐานประการแรกสำหรับหลายคนคงหนีไม่พ้นการไม่อยาก 'อยู่กับที่'
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมตัดสินใจออกมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐมโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองทางเหตุผลของสมองซีกซ้ายมากนัก แต่เป็นเพราะแรงขับเคลื่อนทางจินตนาการและความรู้สึกที่สั่งการโดยสมองซีกขวาล้วนๆ
ทำให้ผมรู้ว่า บางครั้ง ความรู้สึก ก็เป็น เหตุผลชั้นดี ที่สามารถใช้ตอบบางคำถามได้อย่างเหมาะเหม็ง
แม้ใครหลายคนจะครหาการกระทำครั้งนี้ของผมไม่ว่าจะเป็นเพราะความกะทันหันของความคิด ความไร้เหตุผลที่จับต้องได้ การหยุด และทิ้งภาระในปัจจุบันไว้เบื้องหลัง หรือว่าจะเป็นเพราะการขาดเรียนอย่างติดต่อของผมก็ตาม แต่ผมกลับรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูกกับการ 'ออกนอกลู่นอกทาง' ในครั้งนี้
เพราะมันทำให้ผมได้พบกับหลายสิ่งอย่างเหลือเกินที่ไม่สามารถหาได้ตามทางเดินเดิมของผม
'ทาง' ที่เลือกเข้ามาเดินเพียงเพราะเห็นคนอื่นเค้าเดินมาตามๆกัน ด้วยคิดว่าคงเป็นทางที่ถูกที่ควร แต่ในใจไม่รู้สักนิดว่าใช่ทางที่ตนต้องการอย่างแท้จริงหรือเปล่า
และคงเป็นเรื่องน่าเศร้าอยู่ไม่น้อยหากวันๆ เราได้แต่ดุ่มๆ เดินๆ ดมอยู่กับที่ทางเดิมๆ นั้น
..................
นครปฐมเป็นเมืองที่ดี
ใกล้เมืองหลวง ใกล้เมืองท่องเที่ยว มีความเป็นเมืองในระดับที่พอเหมาะ พร้อมกันนี้ยังมีกลิ่นของความเป็นชนบทที่หอมกำลังดี สามารถสูดดมได้อย่างชื่นใจ ไม่ฉุน
แม้จะไม่สามารถดูดลมหายใจเข้าได้เต็มปอดเท่ากับเมืองที่ขึ้นชื่อว่าอากาศดีในภูมิภาคอื่นๆ แต่ผมก็ขอยืนยัน-ด้วยศักดิ์ศรีของกลิ่นขี้หมู-ว่าที่นี่ ผมสามารถหายใจเข้าได้ลึกกว่าที่กรุงเทพฯอยู่หลายฟุต !
อย่างน้อยก็ไม่มีคนมากมายมายื้อแย่ง 'อากาศ' กันเพื่อให้สามารถ 'หายใจ' ได้
หรืออาจเป็นเพราะอยู่เมืองหลวงผมได้แต่ 'ถอนหายใจ' เนื่องจากมี 'ควันพิษ' ล่องลอยอยู่ทั่วทุกอณูอากาศ ก็เป็นได้
การที่ได้มาสูดดมกลิ่นขี้หมูตามคำร่ำลือด้วยตัวเองถึงถิ่นที่ ก็เป็นการยืนยันอย่างดีว่าที่ได้ยินได้ฟังมานั้นก็ไม่ผิดเสียทีเดียว
แต่.. กลิ่น มันไม่ได้เหม็นอย่างที่คิด
อย่างน้อยก็เป็นกลิ่นโดยธรรมชาติ พอจะหอมชื่นใจได้ แถมยังเข้ากันได้ดีกับกับสภาพแวดล้อมจนแทบไม่รู้สึกถึงกลิ่นดังกล่าวอีกด้วย : D
.................
บ่ายแก่ๆ ของวันศุกร์ธรรมดาๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อยู่ดีๆ ผมก็นึกครึ้มใจ ยัดเสื้อผ้าใส่ย่าม ใจลอยไปถึงทับแก้ว
อารมณ์ตอนนั้นอะไรจะมาฉุดก็ไม่อยู่ ในใจก็คิดว่า "ไม่ไหวแล้ว ครั้งนี้กุต้องไปให้ได้(โว้ยยย)"
ด้วยความคุกรุ่นของเลือดในขณะนั้น ประกอบกับความไม่อยากให้สุดสัปดาห์นี้ผ่านไปแบบไม่น่าจดจำ ผมตัดสินใจขึ้นรถตู้ที่วิ่งเข้าหาปลายทาง ณ ม.ศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทร์
ในตอนนั้น เรียกได้ว่าชะตากรรมมืดมัวจริงๆ ไม่มีข้อมูล ไม่มีที่พัก ไม่ชัดว่าเมื่อก้าวลงจากรถไปได้ แล้วจะก้าวไปทางไหนต่อ แต่ฝนที่ตกลงมาห่าใหญ่ก็ช่วยนำความชื้นมาสู่จิตใจได้อยู่บ้าง "อย่างน้อยสุดสัปดาห์นี้ของมึงก็น่าจดจำสมใจอยากแล้วล่ะ หึหึ" ผมคิดประชดถึงแง่ดีของมัน
อันที่จริง ถ้าจะให้นึกย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ผมทำ ชีวิตที่ผมใช้ สถานที่ที่ผมอยู่ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนๆ ก็ต้องขอสารภาพ ณ ที่นี้เลยว่า ผมจำไม่ได้เลยจริงๆ อาจเป็นเพราะมันเป็นอะไรที่สามัญเกินไป จนไม่น่าเก็บมาจดจำนัก หรืออาจเป็นผมเองที่เลือกจะไม่จำมัน ปล่อยปละละเลยให้ช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นอดีตอันหมองมัว ...ก็น่าเสียดายอยู่ไม่น้อย
กลับมาที่รถตู้ เพื่อความแน่ชัดในโชคชะตาที่ไม่แน่นอน ผมจึงกดโทรศัพท์หาเพื่อนสมัยม.ปลาย คนหนึ่งที่เรียนอยู่ที่นั่น..
ตรู๊ดด...ตู๊ดด...ตู๊ดด... . . . . . . . อื่ม ไม่รับแฮะ . . ซวยแล้วตู -.-"
ไม่รอช้า รีบกดไปหาเพื่อนอีกคนที่เรียนที่นั่นเช่นกัน แต่คนนี้เป็นเพื่อนสมัยม.ต้น
' บลา บลา บลา~~' คราวนี้เป็นเสียงริงโทนแฮะ... ฟังยังไม่จบท่อน ก็มีการตอบรับจากหมายเลขที่ผมเรียก
. . . . . .
. . . . .
! !
และ แล้วว .. .และ แล้วว .. ชะตาผมก็ไม่ขาดแล้ว วว~~ :')
.................
ถึงที่หมาย ลงจากรถตู้ โทรหาเพื่อน เพื่อนปั่นจักรยานมารับ
ขณะที่ผมซ้อนจักรยานไปที่ซุกหัวในคืนนี้ ก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง...
จักรยานที่นี่ดูจะเป็นมิตรกับถนนเป็นพิเศษแฮะ มองไปทางไหนก็มีแต่คนปั่นจักรยาน เสมือนเป็นวันรณรงค์ปั่นจักรยานแห่งชาติ บนถนนมีจักรยานที่สามารถนับเป็นนวัตกรรมชนชั้นใหม่แห่งวงการจราจรได้ บางคันยังทำเก๋(า) ขี่ปาดหน้ารถเก๋งบีเอ็มหน้าตาเฉย ไอ้เจ้าบีเอ็มก็ยอมผ่อนปรน ไม่บีบแตรวี้ดว้าดโวยวายให้ขุ่นเคืองใจกัน ...ดูเหมือนนี่จะเป็นเรื่องปกติของที่นี่
มันอาจจะไม่แปลกสำหรับใครคนอื่น แต่มันเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจสำหรับผม มาก!
จักรยานที่เห็นได้เป็นตัวแทนของอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเชื่องช้า(แต่ไม่เฉื่อยชา) ความต่อต้านปัจเจก ความใกล้ชิด และเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความอบอุ่น ความประหยัด ฯลฯ
รวมๆ แล้วเรียกได้ว่าเป็น'ความน่ารัก' ที่ไม่สามารถหาได้ในพาหนะรูปแบบอื่น ซึ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนนำไปสู่สุขภาวะทางกายและทางจิตที่ดี :')
...ปั่นไปสักพักก็มาถึงหอพัก ที่นอนคืนนี้ของผม
ยังไม่ได้แนะนำ เพื่อนของผมชื่อ เบ้น (อ่านว่า Benz แต่มันก็ยืนยันว่าชื่อมันของแท้ต้องเขียนอย่างนี้)
เบ้น มีเพื่อนที่ผมไม่รู้จัก อยู่หอเดียวกันแต่คนละห้อง ชื่อ เดี่ยว ตี้ นู๋หนิง บอมและบอม ปิติ เป้ แหม่ม และอื่นๆ ที่ผมจำไม่หมดซะที
ทุกคนต่างต้อนรับผมด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ราวกับรู้เช่นเห็นชาติกันมาเนิ่นนาน
ผมยิ้ม... ..อากาศที่นี่ไม่ได้เย็นอย่างที่คิด
ออกจะอุ่นกว่าที่โน่นด้วยซ้ำ ..
.... นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี :')
to be continued ...
|